เมื่อปี
๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้เสด็จพระราชดำเนิน
มาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งกับ
พลโท สุรยุทธ์ จุลานนท์ แม่ทัพภาคที่
๒ ในขณะนั้น ให้พัฒนาบุ่งตาหลั่ว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป
กองทัพภาคที่ ๒ ได้สนองพระกระแสรับสั่งดังกล่าว
โดยจัดทำโครงการ พัฒนาบุ่งตาหลั่วขึ้น
เมื่อปี ๒๕๔๐ โดยมี พลโท สนั่น มะเริงสิทธิ์
แม่ทัพน้อยที่ ๒ ในขณะนั้น รับผิดชอบโครงการในปี
๒๕๔๑ ได้ประสานขอให้กรมชลประทาน
จัดสรรงบประมาณ มาทำการขุดลอกบุ่งตาหลั่ว
ซึ่งได้รับอนุมัติ งบประมาณ ๖ ล้านบาทเศษ
สามารถขุดลอกได้พื้นที่ ประมาณ
๒๐ ไร่ และทำทำนบดินโดยรอบ
ต่อมาเมื่อวันที่
๑๓ มกราคม ๒๕๔๑ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนิน
มาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
และได้เสด็จประทับพักผ่อนอิริยาบถที่เรือนรับรองพิเศษกองทัพภาคที่
๒ และ พลโทสนั่น มะเริงสิทธิ์ แม่ทัพน้อยที่
๒ ในขณะนั้น ได้ กราบบังคมทูลทรงทราบถึง
โครงการพัฒนาบุ่งตาหลั่ว ซึ่งพระองค์ได้ให้
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สนับสนุนงบประมาณ ในการพัฒนาบุ่งตาหลั่วเป็นการเพิ่มเติม
|
กองทัพภาคที่
๒ ได้เสนอ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบุ่งตาหลั่ว
ดังกล่าวเป็นโครงการ เฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ในปี ๒๕๔๒ ซึ่งปัจจุบันได้รับความเห็นชอบ
จากรัฐบาลแล้ว
|
หลักการและเหตุผล
น้ำ
นับเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญ
ต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต
ทั้งคน พืชและสัตว์ ปัญหาเรื่องน้ำ
จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ
สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค ตลอดจนการเกษตรกรรม
หรือการเกิดภาวะน้ำท่วม ในห้วงฤดูฝน
ซึ่งหากได้มีการเตรียมการ
โดยพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่
ให้สามารถเก็บกักน้ำ ได้ปริมาณมาก ก็จะสามารถแก้ปัญหา
ดังกล่าวได้ ดังเช่นโครงการแก้มลิง
ตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ซึ่งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ บุ่งตาหลั่วนี้เป็นโครงการหนึ่ง
จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ในปัจจุบันและอนาคต
|
วัตถุประสงค์

๑. เพื่อพัฒนาบุ่งตาหลั่ว
ให้เป็นสถานที่เก็บกักน้ำ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ
ตลอดจนเป็นแหล่งรองรับ น้ำส่วนเกินจากตัวเมืองนครราชสีมา
ในห้วงฤดูฝน
๒. เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อม
บริเวณบุ่งตาหลั่ว ให้มีความสวยงามสำหรับ
เป็นที่พักผ่อน ออกกำลังกายของกำลังพล
ครอบครัว และประชาชนทั่วไป
๓. เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัย
เฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา ๖ รอบ
๔. เพื่อจำลอง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เช่นโครงการทฤษฎีใหม่ การบำบัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ
๕. เพื่อจำลองวิถีชีวิต
หรือพิพิธภัณฑ์ชีวิตของประชาชน
ตามแนวพระราชดำริ ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง
ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว
แบบปลอดสารพิษ ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น
ปล่อยปลา เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนที่ถูกที่สุด
สำหรับประชาชน
|
เป้าหมาย

๑. ขุดลอกแหล่งน้ำบุ่งตาหลั่วพื้นที่ประมาณ
๓๐๐ ไร่เศษ ซึ่งกรมชลประทานได้ ดำเนินการขุดลอกไปแล้วบางส่วน
ประมาณ ๒๐ ไร่ ยังเหลืออีกประมาณ ๒๘๐ ไร่
เพื่อให้สามารถ เก็บกักน้ำได้เพิ่มจากเดิมอีก
ประมาณ ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร
๒. พัฒนาสภาพสิ่งแวดล้อม
ให้มีความสวยงาม ตลอดจน ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสะดวกเพื่อสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อน
และออกกำลังกาย เช่นลานออกกำลังกาย
ลานอเนกประสงค์ สวนหย่อม ศาลาพักผ่อนเป็นต้น
๓. จัดทำกิจกรรมอันเกี่ยวข้องกับ
การใช้น้ำในบุ่งตาหลั่ว ให้เกิดประโยชน์
ได้แก่ โครงการเกษตรกรรม ใช้เป็นแหล่งดิบ
ในการทำน้ำประปา เป็นต้น
|
ระยะเวลาดำเนินการ
๑. ห้วงที่ ๑ ตั้งแต่
มกราคม - ธันวาคม ๒๕๔๑
๒. ห้วงที่ ๒ ตั้งแต่
มกราคม - ธันวาคม ๒๕๔๒
พื้นที่ดำเนินการ
บริเวณแหล่งน้ำบุ่งตาหลั่ว
และพื้นที่โดยรอบเฉพาะในเขต
ค่ายสุรนารี บางส่วน
หน่วยงานรับผิดชอบ
: กองทัพภาคที่ ๒
วิธีดำเนินการ
๑. เสนอโครงการให้กองทัพบก
พิจารณาอนุมัติโครงการ ให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เนื่องในมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา
๖ รอบ
๒. ประสานขอความร่วมมือ
จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
ให้เข้ามาร่วมดำเนินกิจกรรมในโครงการ
๓. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน
รวมทั้งแบ่งความรับผิดชอบ
ในการดูแลรักษา และพัฒนาในระยะยาวต่อไป
|
หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ
๑.
ส่วนราชการพลเรือน
๑.
จังหวัดนครราชสีมา
๒.
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

๓.
เทศบาลนครนครราชสีมา
๔.
สำนักงานชลประทานที่ ๖
๕.
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา
๖.
สำนักงานเร่งรัดและพัฒนาชนบทจังหวัดนครราชสีมา
๗.
ประมงจังหวัดนครราชสีมา
๘.
สถานีประมงจังหวัดนครราชสีมา
๙.
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไผ่ล้อม
๑๐.
แขวงการทางนครราชสีมาที่
๒
๑๑.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
๑๒.
สถาบันราชภัฎนครราชสีมา
๑๓.
เกษตรจังหวัดนครราชสีมา
๑๔.
ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา
๑๕.
กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค
๓
๑๖.
กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา
๑๗.
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนครราชสีมา
๑๘.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานยงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
๑๙.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๒.
ภาคเอกชน
๑.
ฯพณฯ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
๒.
หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา
๓.
บริษัท คลังพลาซ่า นครราชสีมา
๔.
คุณมติ ตั้งพานิช ที่ปรึกษา บริษัท ดีไซด์
ดีเวลลอฟ จำกัด
๕.
คุณสมชาย ฐาปนากรณ์ สถาปนิก
๓.
หน่วยทหาร
หน่วยทหารทุกหน่วยในค่ายสุรนารี
และค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ซึ่งได้แก่
กองทัพน้อยที่
๒
กองพลทหารราบที่
๓
กองพลทหารราบที่
๑๒ กองพลพัฒนาที่ ๒
กองบัญชาการช่วยรบที่
๒
มณฑลทหารบกที่
๒๑
โรงพยาบาลค่ายสุรนารี
กรมทหารราบที่
๒๓
กรมทหารช่างที่
๒
กองพันทหารสื่อสารที่
๒๒
กองพันทหารช่างที่
๓
ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ
กองอำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายในภาค
๒
ศูนย์กีฬากองทัพภาคที่
๒
|
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. บุ่งตาหลั่วซึ่งมีพื้นที่ ประมาณ ๓๐๐
ไร่เศษ ได้รับการขุดลอกสามารถ
เก็บกักน้ำได้เพิ่มจากเดิมอีก ไม่น้อยกว่า
๑ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำ ที่สามารถเก็บกักได้
ทั้งสิ้นประมาณ
๒
ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถตอบสนอง ความต้องการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
ของชุมชนในค่ายทหาร ตลอดปี
และสามารถรองรับ น้ำส่วนเกินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
จากภาวะน้ำท่วมใน ตัวเมืองนครราชสีมา
๒. เป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรอง เพื่อแก้ปัญหาให้กับชุมชนเมืองนครราชสีมา
๓. เมื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐาน
บริเวณคันดินโดยรอบ บุ่งตาหลั่วแล้ว
ก็จะเป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกาย
ของประชาชนทั่วไป ซึ่งบุ่งตาหลั่วนี้
จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
อีกแห่งของจังหวัดนครราชสีมาต่อไป
๔. เป็นแหล่งน้ำที่ใช้ สำหรับเพิ่มพูนผลผลิต
ทางการเกษตร ให้กับชุมชนในค่ายทหาร
และชุมชนที่อยู่โดยรอบเป็นอย่างดี
๕.
ข้าราชการและครอบครัว ในค่ายสุรนารี
ตลอดจนประชาชนทั่วไป ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ
ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยตลอดไป
ที่มาของงบประมาณ
๑.
ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากส่วนราชการ
และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
๒.
ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ
เพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
๓.
งบประมาณของกองทัพภาคที่
๒
๔.
ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทัพบก
|